
For in much wisdom, is much grief. And he who increaseth knowledge, increaseth sorrow.
Al Mualim
ชื่อเกม: Assassin’s Creed
พัฒนาโดย: Ubisoft Montreal
ออกวางจำหน่าย: 13 พฤศจิกายน 2007
แนว: Action-adventure
เกริ้นเกริ่นอีกแล้วจ้าา ครั้งนี้จะมาพูดเรื่องของเกมนี้เลยย Assassin’s Creed ~~ รีวิวเนื้อเรื่อง เกมเพล์และส่วนอื่นๆอย่างเดิม (กาวๆเหมือนเดิม) ซึ่งเราว่าพอเขียนบล๊อกนี้เสร็จแล้วก็(อาจ)จะเขียนของซีรี่ย์นี้ให้หมดยันภาค Odyssey ภาคใหม่ล่าสุดเลยย แต่เอาภาคแรกให้รอดก่อนละกัน555555
ซึ่งเหตุผลที่ทำให้เราชอบซีรี่ย์นี้และตามเล่นทุกภาค (แม่งภาคหลักๆปาไป 12 เกมละ) จนตกเป็นทาสการตลาดของเรืองนี้ไปแล้วนั่นก็เพราะว่าเราชอบ theme การย้อนยุค ใช้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงๆแล้วบิดเบียนให้เข้ากับ story ในเกม สมมุติมีบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่ตายในปี 1190 เพราะความแก่ ในเกมก็จะตายปีเดียวกัน แต่อาจจะเป็นเพราะโดนตัวเอกเก็บไรงี้ แต่ละภาคของซีรี่ย์นี้ก็จะเปลี่ยนยุคไปเรื่อยๆจนเป็นเอกลักษ์ไปแล้ว
อะเครร เกริ่นเสร็จแล้วก็มาเริ่มที่เนื้อเรื่องเลยย

เนื้อเรื่อง
เกริ่น: เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ Desmond Miles หนุ่มบาร์เทนเดอร์ไฟแรงนายนึงที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กถูกลักพาตัวไป! นายเดสมอนด์นั้นแท้จริงแล้วโดนหมายหัวโดนองค์กรใหญ่รายนึงที่ชื่อว่า Abstergo Industry ที่บังคับให้เขาใช้เครื่อง Animus เพื่อเข้าไปสู่ความทรงจำของบรรพบุรุษของเขาในยุคสงครามครูเสดที่ 3 เมื่อเกือบ 1000 ปีก่อนน!? เมื่อเดสมอนด์เชื่อมต่อกับเครื่อง Animus แล้วก็พบว่าตัวเองย้อนยุคกลับไปบังคับร่างกายของ Altair Ibn La Ahad (ชื่อไทยขอเขียนว่า อัลแตเอีย) ที่กำลังทำภารกิจกับทีมของเขาในสุสานของราชาโซโลมอนนอกเมืองเยรูซาเลม อัลแตเอียนั้นเป็น Assassin ผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพของประชาชน (freedom) ซึ่งพวกแอสซาซินนั้นเป็นศัตรูคู่ปรับกับ Knight Templar ผู้เชื่อว่าการควบคุมและกฏระเบียบ (order) นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกๆคน แต่ว่าในยุคนี้ทั้งสองฝ่ายก็เชื่อมั่นในสิ่งเดียวกันคือ ความสงบสุข (peace) ซึ่งจุดประสงค์หลักของภารกิจนี้คือการไปให้ถึง the Ark of Covenant (หีบแห่งพันธสัญญาในคำภีร์ไบเบิล) ซึ่งทั้งสองฝ่ายเชื่อว่ามีพลังลึกลับที่สามารถหยุดสงครามศาสนาครั้งนี้ได้…
เคร เกริ่นพอละ5555 ขอพูดถึงความคิดเห็นเรากับเนื้อเรื่องภาคนี้ต่อเลย คือต้องคิดไว้เสมอว่านี่เป็นภาคแรกของซีรี่ย์ฉะนั้นก็จะมีหลายๆจุดที่งงๆอยู่บ้างเพราะเนื้อเรื่องยังเพิ่งเริ่ม แต่เราชอบการที่ทั้งแอสซาซินและอัศวินเทมพลาร์ต่างสู้กันแต่สุดท้ายก็เชื่อในสิ่งเดียวกันคือ ความสงบสุข แต่แค่ทั้งสองฝ่ายเชื่อต่างกันว่าการได้มาซึ่งความสงบสุขต้องใช้อะไร พวกแอสซาซินเชื่อว่าอิสระภาพและเสรีภาพของประชาชนนั้นสำคัญที่สุดแต่พวกอัศวินเทมพลาร์กลับเชื่อว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบที่ถูกสร้างไว้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างก็สู้กันมาเป็นเวลานับพันปี (สู้มาก่อนเกิดสงครามครูเสด เออ เอาจริงๆสู้กันตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์อีก แต่แค่ชื่อองค์กรอาจจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา)
เนื้อเรื่องเนิบๆช้าๆวนๆหน่อย มันเป็นเรื่องเพราะบักเวรอัลแตเอียไปทำผิดบัญญัติของแอสซาซินเข้าเลยเกือบโดนประหาร แต่โชคดีไปเพราะอาจารย์ (นางชื่ออัล โมอาลิม) เกิดสงสารเลยให้โอกาสไปไถ่โทษ ถอนยศออกหมดแล้วส่งไปจัดการกับเป้าหมาย 9 คนก่อนจะได้ยศคืน เรื่องก็วนไปซ้ำๆ ไปเมืองนี้ ฆ่าคนนี้ กลับไปรายงาน วนใหม่ แต่ทุกๆคนที่เราสังหารก็จะมีมุมมองความคิดต่างกันไป คอยพูดตัดพ้อเส้นทางที่เราเลือก ทำให้เราคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่แท้จริงแล้วมันดีจริงๆเหรอ (ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีฝ่ายไหนดีจริงๆนะ) ตอนจบของภาคแรกเป็นอะไรที่พีคมวากแก55555 คือจริงๆมันบอกตั้งแต่ต้นๆแล้วว่าสิ่งที่อยู่ในหีบแห่งพันธสัญญานั้นคือเครื่องจักรประหลาดที่ถูกเรียกว่า ชิ้นส่วนของอีเดน (Piece of Eden) ซึ่งอันที่เราเก็บได้มันเป็นรูปทรงวงกลมเหมือนออร์บเลยเรียกว่า แอปเปิลแห่งอีเดน (Apple of Eden) ตอนแรกอีเราก้นึกว่าอ่อ ไอแอปเปิลห่านี้คือโหดสุดละ แม่งทำให้คนใช้แยกร่างได้ สร้างภาพหลอกได้ หลอนประสาทพระเอกได้ คือมันเปลี่ยนจากเรื่องประวัติศาสตร์เป็นเรื่อง sci-fi เลย5555 แต่มันไม่พอไง พอเราถือแอปเปิลในมือตอนจบนั้น เครื่องจักรมันก็ทำงานอีกที ทีนี้เป็นโฮโลแกรมของโลกทั้งใบที่มีตำแหน่งของชิ้นส่วนของอีเดนอันอื่นอยู่เต็มไปหมด โว้ววว55555แล้วเรื่องของอัลแตเอียก็จบแบบพีคๆไป
แต่เรื่องของเดสมอนด์แม่งพีคกว่า5555 คือตอนจบเดสมอนด์สามารถใช้พลังพิเศษที่เรียกว่า Eagle Vision ที่บรรพบุรุษหลายๆคนของเขาใช้ได้ (ในเกมอัลแตเอียก็ใช้ทั้งเกม) ซึ่งมันก็เดินวนไปมาในห้องทดลองมาทั้งเกมแล้วก็ไม่เจออะไร แต่ตอนจบพอกดใช้ eagle vision โดยเดสมอนด์ครั้งแรก เราจะเห็น ข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องหมายทางศาสนาเต็มไปหมดทั่วห้อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกเขียนด้วยเลือดโดยหนูทดลองคนก่อน Subject 16 (เดสมอนด์เป็นคนที่ 17) และบอกเรื่องราวจุดจบของโลก สรุปว่าโลกนั้นจะแตกภายในปี 2012 แล้วก็ตัดจบ555555 คือช่วงนั้นของเกมเป็นอะไรที่ หลอน พีค ตกใจ ผสมกันหมดดดด เหมือนว่า อ้าว นี่เราไม่ได้ชนะห่าไรเลยนี่หว่าาา โลกเสือกจะแตกอีกก สรุปเรื่องน่าสนใจดี แต่เดินเรื่องน่าเบื่อ ตอนจบโคตรพีค5555
โดยส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบพระเอกภาคนี้เท่าไหร่ คืออัลแตเอียไม่ค่อยมี personality เท่าไหร่ ออกเงียบๆขรึมๆ พูดเท่ๆ บางคนเลยชอบมั้ง แต่มันทำให้ไม่รู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครไง เราเลยไม่ค่อยอินเวลามันดราม่า5555 (ต้องไปอ่านนิยาย+เล่นภาค Revelation ถึงจะรู้เรื่อง backstory ของอัลแตเอีย)
เนื้อเรื่องเราให้ 5/10 จ้ะ (ได้เพราะตอนจบกับเพราะเราชอบประวัติศาสตร์เลยนะเนี่ย5555)

เกมเพลย์
จุดเด่นสุดๆของเกมทุกภาคในซีรี่ย์นี้น่าจะเป็นการ free-run หรือ parkour (เราก็ไม่รู้ว่ามันอันไหน5555) มันเป็นอะไรที่แตกต่างมากๆสำหรับเกมในปี 2007 ที่ให้ตัวละครปืนป่ายตึกราบ้านช่อง โหนไปมา และขึ้นไปวิ่งบนหลังคาได้ ทำให้มีความรู้สึกมีอิสระในการเคลื่อนไหวมากๆ เราสามารถปีนขึ้นไปบนหอคอยของโบสต์ชื่อดังของเยรูซาเลมในยุคนั้นแล้วมองเห็นเมืองทั้งเมืองข้างล่างได้เลย ถึงแม้จะบังคับยากมาก (ยากนะไม่ได้แย่) แต่ก็ทำให้มันสมจริงดี มันท้าทายกว่าภาคหลังๆที่ทำให้การปีนง่ายขึ้น ภาคนี้วิ่งหนีทหารทีนี่ลุ้นที55555
พอเราเล่นอยู่ ถ้าเล่นเป็นสายที่ไม่อยากต่อสู้มากนัก เราสามารถลักลอบเอาได้ (stealth) ซึ่งเราสามารถเข้าไปซ่อนในที่ต่างๆเช่น ห้องเปลี่ยนชุด กองฟาง บลาๆ มีให้ซ่อนทั้งเมือง หรืออยากจะตีเนียนก็ได้นะ สามารถพนมมือสวดมนต์แบบนักบวชแล้วเข้าไปเดินตรงกลาง ทหารก็จะแยกไม่ออกเพราะเสื้อผ้าสีขาวคล้ายๆกัน5555
การต่อสู้ของภาคนี้ถือว่ายากที่สุดเลยก็ได้ มีอาวุธให้เลือกน้อยหน่อย คือมี ดาบ มีดสั้น มีดปา ระเบิดควัน hidden blade (มีดตรงข้อมือที่เป็นเอกลักษ์ของแอสซาซิน) แค่นั้นนะที่จำได้ การสู้ยากเพราะ อัลแตเอียรับ damage เยอะมาก คือโดนฟันได้ไม่เยอะก็ตายละ เลยต้องระวัง ต้องคอยรอจังหวะศัตรูฟันมาแล้วเคาเตอร์ฟันกลับให้ทัน ไม่ก็ต้องบล็อกดาบให้ทัน มันต้องกะจังหวะดีมากๆ (ภาคนี้กะจังหวะยากกว่าภาคใหม่ๆด้วย)
เกมเพลย์ให้ 7/10 อาจจะเอื่อยๆหน่อย bug มีบ้าง แต่ก็ถูๆไถๆได้ สนุกบางช่วง

Setting
ภาคนี้เราย้อนยุคไปอยู่ในสงครามครูเสดครั้งที่ 3 จ้า ราวๆปี ค.ส. 1191 background คือพวกทหารชาวคริสต์กำลังเคลื่อนทัพมาบุกยึดดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Land) จากชาวมุสลิมที่อยู่ที่นั่นอยู่แล้ว ซึ่งในระหว่างที่สงครามศาสนากำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญนั้น ก็มีสงครามลับเกิดขึ้นระหว่าง แอสซาซินและเทมพลาร์นั่นเอง
หลักๆเลยในเกมจะมีพื้นที่ให้เราเล่นอยู่ 4 ที่คือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Land) ที่เป็นแผ่นดินที่เป็นทุ่งราบ มีภูเขาและป้อมปราการของทั้งกองทัพคริสต์และมุสลิมประปราย ต่อมาเป็นเมืองดามัสคัส (Damascus) เมืองอาเคร (Acre) และเยรูซาเลม (Jerusalem) เราว่าแต่ละเมืองก็พยายามต่างกันแบบที่สุดแล้ว แต่ด้วยเครื่องมือในตอนนั้นมันไม่อำนวยเลยทำให้เมืองแต่ละเมืองดูไม่สวยเท่าที่ควรและขนาดเล็กมาก แต่รวมๆก็โอเค ทำให้เข้าถึงความย้อนประวัติศาสตร์ได้อยู่ และยอมว่าเป็นภาคแรกด้วย (ถ้าเอาไปเทียบกับภาคใหม่ๆ map ของภาคแรกนี่สู้ไม่ได้เลยจ้ะ5555)
Setting เราให้ 8/10 แอบชอบแนวย้อนยุคอยู่แล้ว5555ถึงมันจะทำออกมาไม่ดีเท่าไหร่แต่ยอมรับได้เพราะระบบพัฒนาเกมปี 2007 มันก็ไม่ได้ดีอ่ะ555

สรุป+ให้คะแนน
เราว่ามันเป็นเกมที่ปฏิวัติวงการเกมไปเลยนะสำหรับ Assassin’s Creed ภาคแรก คือมีระบบต่างๆที่แปลกใหม่อย่างเช่นการปีนป่ายและมี theme ที่น่าสนใจอย่างการย้อนยุคโดยใช้ความทรงจำของบรรพบุรุษ ทำให้ได้เล่นเกม+เรียนประวัติศาสตร์ไปในตัวเลย5555 เสียอย่างคือเนื้อเรื่องเดินซ้ำซากเกินไป น่าเบื่อ พระเอกภาคนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรมาก แค่มาทำหน้าที่ตัวหลักที่ให้เราคุม5555 การควบคุมอาจจะยากไปในบางจุดและการต่อสู้อาจจะน่ารำคาญเพราะมันจำเจ (เกมเล่นเป็น 10 กว่าชม.แต่แม่งสู้เหมือนเดิมทั้งเกม)
Final Verdict: 6.5/10
ที่จริงมันไม่ได้แย่เลยนะยกเว้นเนื้อเรื่องในบางจุด soundtrack (ที่เราไม่ได้พูดถึงเลย5555) ก็ไม่ได้แย่ แต่ทุกอย่างมัน….เฉยๆอ่ะ คือไอเดียร์มันดีแต่การทำออกมาให้เล่นยังไม่ดีเท่าไง ต้องใช้ภาคหลังๆอ่ะ โดยเฉพาะภาค 2-4 อ่ะจะเป็นยุคทองของเกมซีรี่ย์นี้เลยย ส่วนภาคแรกต้องยอมคะแนนแค่นี้ก่อนนะ5555

