Someone dear to me, someone I shouldn’t forget, someone I don’t want to forget.

ทากิ ทาจิบานะ กับ มิตสึฮะ มิยามิซึ พูดถึงอีกฝ่าย

ชื่อเรื่อง : Your Name (Kimi no Na Wa)

ชื่อแปลไทย: หลับตาฝันถึงชื่อเธอ (มันก็ describe เนื้อเรื่องดีนะ55555)

โดย : มาโกโตะ ชินไค (รู้จักลุงเพราะเรื่องนี้แหละะ)

*รีวิวนี้สปอยทั้งเรื่องนะจ้ะะ เพราะเราวิเคราะห์หนังด้วย*

จะเรียก Your Name ว่าเป็นหนังที่ทำให้ลุงชินไคดังพลุแตกตอนปี 2016 เลยก็ว่าได้ (เข้าไทยช้ากว่าประมาณ 4 เดือน แต่พอเข้ามาก็ดังมากๆเพราะมีคนรอ+คนรีวิวดี คนเลยแห่ไปดูตาม) ถึงมันจะไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบตามที่ลุงแกตั้งเป้าไว้ (ลุงบอกว่าที่จริงยังไม่พอใจกับผลงานนี้) แต่มันก็เป็นหนังที่จะถือว่าเป็นตำนานหนังอนิเมะไปแล้วก็ได้ เพราะถึงเรื่องมันจะกาวมากแค่ไหน (กาวน้อยกว่า weathering อะะ5555) พอเอาภาพ เพลง กับ เสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นที่ใส่อารมณ์เข้าไปสุดๆ มารวมกัน ทุกอย่างมันก็ลงตัวกันมาก และส่งผลกระตุ้นความรู้สึกของคนดูได้มากๆ

ซึ่งในรีวิวหลักๆเลยจะพูดเรื่องตัวละครกับเนื้อเรื่องซักส่วนใหญ่ แต่จะพูดถึงเพลงต่างๆด้วย (จะเป็นแค่ 4 เพลงที่ RADWIMPS ร้องนะ) และภาพ visual ของหนังด้วย (เขียนยาวกว่ารีวิว Weathering เพราะอวยอันนี้55555)

ขอเทียบคร่าวๆกับ Weathering With You หนังใหม่ของลุงก่อนละกัน ส่วนตัวแล้วเราว่าเรื่องนี้ดีกว่า Weathering เกือบทุกทาง คือภาพอาจจะ detail ไม่เท่า Weathering แต่ Your Name มีสีสันที่หลากหลายกว่ามาก เนื้อเรื่องเราก็ชอบ Your Name มากกว่า (น่าจะเพราะเรื่องมันดูโตกว่าและตัวละครดูมีความรับผิดชอบกว่า?5555555) ส่วน soundtrack วัดไม่ค่อยได้เพราะ tone มันต่างกัน ของ Weathering จะแนวๆ upbeat แนวๆ ชวนให้ hype ซะส่วนมาก เพลงของ Your Name จะดูเหมะกับแนว romance กว่าไรงี้ น่ารัก+ซึ้งๆ

จบการบ่น ต่อไปจะพูดถึงเนื้อเรื่องกับ theme เรื่องก่อนละค่อยไป analyse ตัวละคร/เพลง/ภาพที่หลังจ้าาา

*ทะเลาะกันแล้วก็ชอบกันตามสูตร

เกริ่นเรื่องแบบคร่าวๆ

ฉากแรกของเรื่องเลยเป็น monologue ที่สลับไปมาระหว่างพระเอกกับนางเอก กำลังนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อนในวันที่ดาวหางตกลงมาจากฟ้า ซึ่งเรื่องทั้งเรื่องหลังจากนั้นคือ flashback นั่นเองงง มีฉากปัจจุบันแค่ตอนเปิดเรื่องและปิดเรื่องแค่นั้นน เรื่องเกิดขึ้นเมื่อทากิ ทาจิบานะ หนุ่มม.ปลายที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงโตเกียวตื่นขึ้นมายามเช้าเหมือนวันอื่นๆ ทว่าร่างกายของเขากลับกลายเป็นผู้หญิงไปซะแล้ว?! ถ้าจะให้พูดให้ถูกคือร่างไม่ได้กลายเป็นหญิงแต่จิตของเขากำลังสิงอยู่ในร่างของหญิงสาวคนนึงต่างหาก ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็ได้สลับร่างมาอยู่ในร่างของทากิเช่นกัน เหตุการณ์ประหลาดนี้เริ่มขึ้นเมื่อ มิตสึฮะ มิยามิสึ เด็กสาวม.ปลายคนที่ทากิได้สลับร่างด้วยได้ตะโกนขอพรกับฟ้าว่า “ขอให้ชาติหน้าได้ไปเกิดเป็นหนุ่มหล่อในโตเกียวด้วยเถอะค่าาาาาา!” เรื่องปวดหัวของทากิและมิตสึฮะจึงได้เริ่มขึ้น

Theme ของหนัง (ที่เราดูออกนะ55555ขอแบ่งเป็นข้อย่อยๆ)

1. ชีวิตประจำวันของวัยรุ่นญี่ปุ่น

เรื่องนี้เหตุผลที่เราว่ามันน่าสนใจและเป็นที่ประทับใจต่อหลายๆคนเพราะว่า detail เล็กหลายอย่างที่ลุงชินไคใส่เข้าไป ความแตกต่างระหว่าง lifestyle ชีวิตของ ทากิ ที่เป็นเด็กในเมือง ไม่ว่าอะไรก็เร่งรีบไปหมด ตื่นเช้าต้องรีบกินข้าวแล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปเรียน ตอนเย็นก็รีบไปทำงานพิเศษต่อ พอมาเทียบกับ มิตสึฮะ ที่เป็นเด็กชนบท ชีวิตเอื่อยๆช้าๆ ไม่ต้องรีบไปเรียน เรียนเสร็จก็เดินกลับบ้านได้บรรยากาศชิวๆ มันดู contrast กัน ซึ่งมันก็มีความน่าสนใจทั้งสองฝ่ายเพราะทั้งคู่เบื่อlifestyleของตัวเองแบบสุดๆ แต่พอมาสลับร่างกันแล้วก็ได้รู้ว่าชีวิตของอีกฝ่ายก้ไม่ได้ดีกว่าตัวเองเท่าไหร่เลย ตัวเอกทั้งคู่นั้นยังเป็นวัยรุ่นอยู่และหนังก็แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างวัยรุ่นในเมืองกับวัยรุ่นชนบทได้เป็นอย่างดี ทากิไปนั่งคาเฟ่สวยๆในเมือง กินข้าวแพงๆได้ (เพราะนางหาตังค์เองนะ) มีแต่ผู้คนเต็มไปทั่วโตเกียว ทุกๆวันก็เจอคนใหม่ๆได้เสมอ แต่เมืองชนบทที่มิตสึฮะอยู่แม้แต่คาเฟ่เล็กๆยังไม่มี ทุกคนในเมืองแทบจะรู้จักกันหมดจนเธอรู้สึกอึดอัด

*มิตสึฮะในร่างทากิคือแดกของดีๆอย่างเดียว เงินทากิช่างมัน

2. การสลับร่าง

ก็ไม่ใช่อะไรหวือหวาในวงการอนิเมะญี่ปุ่น (ในไทยก็มีเมะที่เรื่องมีสลับร่างกันมาก่อนเรื่องนี้) แต่เรื่องนี้ทำออกมาได้ดี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าการสลับร่างกันจริงๆมันมีอะไรให้ปวดหัวกว่าแค่เรื่องชาย/หญิง ไม่ว่าจะเป็นการทำตัวปกติไม่ให้จับผิดได้ตอนที่อยู่กับคนที่อีกฝ่ายรู้จัก style การพูดที่ไม่เหมือนกัน (ส่วนใหญ่จะเพราะทั้งคู่มาจากคนละที่ มิตสึฮะเลยมีสำเนียงชนบทติดมานิดๆ) การปรับตัวให้เข้ากับอีกฝ่ายที่เป็นคนละเพศ ความอยากรู้อยากเห็น (ทากิอยากรู้อยากเห็นบ่อย555555มิตสึฮะที่ว่าเรียบร้อยๆเอาเข้าจริงก็ซนเหมือนกันนะะ) แต่ที่เราชอบที่สุดเลยคือออ การทรงตัว555555 หมายถึงการเดิน การวิ่ง ส่วนสูง ที่แต่ละฝ่ายก็ไม่เคยชินมาก่อน ทากิก้าวขาได้ไกลกว่า บางทีตอนที่ทากิสลับร่างก็เกือบล้มเพราะชินกับการที่ก้าวขาได้ไกลๆ แต่ร่างมิตสึฮะทำไม่ได้ (อันนี้มีออกมาในหนังนิดๆแว้ปๆ แต่อธิบายในหนังสือเยอะ)

*ทากิในร่างมิตสึฮะจะมัดผมแบบนางไม่เป็น เลยมัดเป็นทรงหางม้าแทน

3. โชคชะตา

โชคชะตามีอยู่จริงในหนังเรื่องนี้และธีมที่พูดกันบ่อยๆและสังเกตเห็นได้ง่ายสุดของเรื่องนี้เลยคือ concept ของโชคชะตาที่(จะงงๆนิดนึง5555)ถูกแสดงออกมาให้เห็นเป็นตัวเป็นตนในลักษณะของเส้นด้ายสีแดงที่ตอนแรกมิตสึฮะเอาไว้มัดผมแล้วส่งต่อมาให้ทากิ ซึ่งทากิก็ทำเป็นกำไลข้อมือใส่ติดตัวมาเสมอ แม้จะจำไม่ได้ว่าใครให้มา แต่เป็นเครื่องเตือนใจในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ (สำหรับคนดูหลายๆคนและพระเอกกับนางเอกคือเพื่อให้นึกถึงคนที่ตัวเองรักแต่จริงๆแล้วดวงชะตามีแผนที่ scope ใหญ่กว่านั้น) โชคชะตาของสองคนนี้เหมือนจะเป็นการช่วยคนในเมืองอิโตโมริ (เมืองของมิตสึฮะ) จากสะเก็ดดาวหางที่จะตกลงมา ซึ่งทั้งคู่ก็ทำสำเร็จตามที่ถูกกำหนดไว้ แต่ทั้งคู่ดันตกหลุมรักกันนี่สิ เป็นสิ่งที่ชะตาไม่ได้ลิขิตไว้ สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นคือการที่ทากิได้รู้เรื่องของมิตสึฮะแล้วไปช่วยเมืองของนางจากเหตุการณ์ร้ายแค่นั้น แต่ทั้งสองก็ยังยืนหยัดสู้กับโชคชะตาที่ไม่ยอมให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน จนในที่สุดก็สามารถเอาชนะได้ (เหมือนการสู้กับโชคชะตาจะเป็น theme ในหนังใหม่ๆของชินไค ใน weathering ก็คล้ายๆกัน) จากที่เราดูเหมือนจะมีชะตา 2 แบบ คือที่ถูกกำหนดไว้แล้ว กับ ที่ ทากิกับมิตสึฮะสร้างขึ้นเอง หนังเหมือนจะบอกว่าด้ายสีแดงพอให้ใครไป จะผูกชะตาเขากับเราไว้ อาจเป็นเพราะเรื่องนี้ที่ทำให้ทากิกับมิตสึฮะโคจรมาพบกันอีกครั้ง เป็นสิ่งที่โชคชะตาก็ไม่ได้วางแผนไว้+กับการที่ทากิดื่มสาเกคุจิคามิ ที่มิตสึฮะทำ เลยเชื่อมโยงทั้งสองคนเข้าด้วยกัน (ทั้งด้ายแดง ทั้งดื่มสาเก มึงรวมร่างกันเลยก็ได้นะ)

4. ความฝัน ความทรงจำ และความรู้สึก

เป็นธีมที่ถูกแสดงออกมามากที่สุด ความฝัน คือสิ่งตัวละครในเรื่องพูดถึงเมื่อสลับร่างกัน การสลับร่างมักถูกเปรียบว่าเป็นเหมือนความฝัน ฉากเปิดตอนเรื่องเริ่มที่ดาวหางกำลังลอยผ่านซีนไปอย่างช้าๆก็ถูกเปรียบโดยทากิและมิตสึฮะว่า “ราวกับเป็นฉากในความฝัน” ทั้งนี้แล้วความฝันนั้นมักจะเลือนหายไปตอนที่เราตื่น ซึ่งหลังจากที่ทั้งสองหลับไปในร่างของอีกคน พอตื่นขึ้นมาก็จำอะไรแทบไม่ได้ ต้องใช้โน็ตคอยจดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาแทน ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ตอนช่วง climax ของเรื่องผ่านไปแล้ว ทากิกับมิตสึฮะก็เลิกจดโน๊ตไว้ให้กันเพราะไม่ได้เกิดการสลับร่างกันขึ้นอีก แต่ว่าถึงแม้ความฝันและความทรงจำของฝันนั้นจะหายไป แต่ความรู้สึกยังคงอยู่ เป็นเหตุผลที่ทากิไม่เขียนชื่อตัวเองลงบนฝ่ามือของมิตสึฮะ ในขณะที่นางเขียนชื่อตัวเองบนมือทากิตอนคาทาวาเระ โดคิ เพราะทากิรู้ว่าจำชื่อไปยังไงก็ลืมกันอยู่ดี แต่เลือกเขียนว่า “ฉันรักเธอ” เพราะความรู้สึกนั้นจะอยู่ไปตลอด อยู่ต่อมาตลอด 5 ปีที่ห่างกัน “มันเหมือนกับว่าผมกำลังตามหาคนคนนึงหรือสิ่งสิ่งนึงมาตลอด” ทากิกล่าว ส่วนมิตสึฮะก็ยังมีความรู้สึกนั้นอยู่เช่นกัน เธอบอกในฉากเปิดเรื่องว่า “ตอนเช้าของทุกวันตอนที่ตื่นมา ฉันมักจะพบว่าตัวเองกำลังร้องไห้” เพราะว่าถึงแม้ความทรงจำของอีกฝ่ายจะหายไปหมดแล้ว แต่ความรู้สึกหวงหายังคงอยู่ในใจของทั้งสองนั่นเองง (น้ำเน่าชิบหายย แต่น่ารักดีน้ะะะ55555) ซึ่งลุงชินไคเค้าชอบจับตัวละครเอกมารักกันแล้วค่อยแยกกันที่หลัง (ลุงแอบจิตนิดๆละ5555) เพราะจะพิสูจน์ให้ดูว่าถึงแม้จะอยู่ห่างกันแค่ไหน คนเราก็ยังเก็บความรู้สึกของอีกฝ่ายไว้ได้อยู่ดี บางทีอาจะทำให้รักกันมากขึ้นด้วยซ้ำ จะ summarize ด้วยประโยคเดียวได้คือ “not separation but connection” (ไปเจอมาจากคลิป analyse หนังของลุงชินไค มันก็ตรงกะธีมหนังลุงแกจริงๆ)

ตัวละคร

ขอพูดถึงแค่พระเอกกับนางเอกเหมือนเดิมม ตัวอื่นจำได้นะ แต่บทไม่มีไรมาก (ยกเว้นรุ่นพี่โอคุเดเระ ตอนเดทกับ ทากิ แอบมีบทเยอะนิดนึง กับ คุณยายของมิตสึฮะ คอยอธิบายเรื่องตำนานต่างๆ) ส่วนใหญ่มา support เรื่องให้มันเดินต่อลื่นๆเฉยๆ

  • ทากิ ทาจิบานะ

เป็นเด็กหนุ่มม.ปลาย(อีกแล้ว)อาศัยอยู่ที่โตเกียว เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ชีวิตทากิก็ยุ่งๆเช่นกัน อย่างที่ว่าไปในธีมเรื่องชีวิตวัยรุ่น ทากิต้องรีบตื่น รีบทานข้าวเพื่อไปขึ้นรถไฟไปเรียนเหมือนเด็กๆคนอื่นในโตเกียว พอเรียนเสร็จก็มาทำงานพิเศษหาเงินต่อ ทากิ ไม่ได้หล่อแบบเวอร์แต่ก็ไม่ได้กาวอ่ะ (ไม่เอ๋อแบบบักห่าโฮดากะของ weathering ละกัน555) ก็ป๊อปๆนิดนึง เล่นบาสเก่ง ชอบวาดรูปเป็นงานอดิเรก ส่วนใหญ่จะวาด landscape แบบตึกกะวิว นิสัยของทากินั้นถูกอธิบายว่าเป็นคนจิตใจดี มีความกล้าหาญ แต่หัวร้อนง่าย (อันนี้รุ่นพี่บอก) ทากิตอนแรกน่าจะปลื้มรุ่นพี่แต่พอสลับร่างกะมิตสึฮะเลยไปรักนางเอกแทน สรุปรุ่นพี่ดูออกว่านางไม่ได้ชอบแล้วทากิเลยโดนเทซะงั้น55555555 ความกล้าหาญของทากิโดนแสดงออกโดยการที่เขาไม่กลัวที่จะเดินทางไปต่างจังหวัดคนเดียวเพื่อไปหามิตสึฮะ (แต่มันไม่ได้บ้าหนีตำรวจแบบโฮดากะไง:/) แต่สุดท้ายก็มีเพื่อนๆ tag along ไปด้วย (รุ่นพี่เพิ่งเทนางมาสดๆ ดันเสนอตัวไปด้วย ทากิงงเลย) สรุปก็เป็นเด็กหนุ่มที่มีความกล้า แต่ไม่ได้บ้าบิ่น hot-headed นิดนึงตามประสาเด็ก 17 (นางรำคาญมิตสึฮะบ่อยตอนสลับร่าง) รวมๆก็ไม่ได้มีอะไร unique มาก ก็ real ดีเพราะมันสามารถผ่านแบบเป็นคนปกติได้อ่ะ ไม่ใช่เวอร์จนรู้ว่ามาจากเมะแน่ๆ ไม่ได้ stand out ไรเกินหน้าเกินตา แต่ก็ไม่ได้น่าเบื่อ เป็นพระเอกที่โอเค natural ดี

*ตังค์หมดตัวเพราะมิตสึฮะเลยต้องมาซดราเมงข้างทางสินะ
  • มิตสึฮะ มิยามิสึ

นางเอกจะออกแนวๆเด็กเรียบร้อยนิดนึง เพ้อฝันชีวิตในโตเกียวบ่อยตอนช่วงแรกๆที่ยังไม่เริ่มสลับร่าง ตามประสาเด็ก 17 อ่ะนะ (เหมือนทากิ5555) นางโตมากับครอบครัวที่เข้มงวดแล้วตัวนางเองก็ยังต้องรับหน้าที่เป็นมิโกะประจำศาลเจ้าของเมืองอีก ความคาดหวังของหลายๆคนในตัวเธอจึงสูง ทำให้เธอทำเรื่องอะไรพลาดไม่ได้เลย (ไม่งั้นโดนด่าเละ) ชีวิตก็อึดอัดนิดๆรันทดหน่อยๆตามประสานางเอกชินไค (ลุงแกแบบวางสูตรไว้แล้วว่านางเอกทุกคนแม่งต้องชีวิตแย่) แต่ไม่ได้แย่ขนาดฮินะของ weathering อ่ะ ตอนอยู่บ้านจะคอยทอด้ายกับยายและน้อง ด้ายสีแดงที่ให้กับทากิ นางก็น่าจะเป็นคนทอเอง มิตสึฮะเก็บกดเยอะ ระบายได้แค่กับเพื่อนสนิทเท่านั้น แต่พอได้สลับร่างกับทากิก็มีคนระบายเพิ่ม เลยหายเครียดไปนิดนึง ส่วนใหญ่มีปัญหากับพ่อ เพราะพ่อทิ้งครอบครัวไปเป็นนักการเมือง (เป็นอาชีพที่คนในเมืองไม่ชอบ) มิตสึฮะเห็นเงียบๆแต่มีคนปลื้มเยอะเหมือนกัน ก็ป้อปพอๆกับทากิ รู้สึกว่ามิตสึฮะจะป้อปกว่าด้วย (มีผญ.มาสารภาพรักด้วยแหน่ะ) เป็นคนเด็ดเดี่ยวกล้าติดสินใจ ไปตามหาทากิถึงโตเกียว สุดท้ายทากิจำไม่ได้ เวร55555 ชีวิตอึดอัดส่วนใหญ่เพราะอยู่ในเมืองชนบท มีแต่คนรู้จักเธอเลยไม่มีความเป็นส่วนตัวเลย มีแต่คนคาดหวัง ไปไหนก็มีคนทัก ตอนแรกทำหน้าที่ในศาลเจ้าก็ดังอยู่แล้ว พอพ่อนางออกมาเป็นนักการเมืองยิ่งดังขึ้นอีก (โดนเพื่อนล้อบ่อย น่าสงสารรรร) มิตสึฮะก็เหมือนๆทากิ ดู real ดีไม่ unique มาก ไม่ได้ standout เกินไป แต่ก็นิสัยน่ารักมุ้งมิ้งดี บทจะลุกขึ้นมาสู้ก็ทำได้ ทำหน้าที่นางเอกผ่านเซม

*หนูอยากเกิดเป็นหนุ่มหล่อในโตเกียวค่ะ

Relationship พระเอกนางเอก

พูดตรงๆเลยว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้เป็นอะไรที่ larger than life อ่ะ มันปาฎิหารย์อุบัติรักข้ามพิภพจักรวาลและกาลเวลาอะไรประมาณนั้น55555 คือแค่เริ่มมาด้วยการที่รู้จักกันได้เพราะสลับร่างกันก็เวอร์ละนะ ทากิแม่งย้อนเวลาไปช่วยมิตสึฮะจากดาวหางตกนี่คือสุดๆไปเลยแกก แบบมันเป็นอะไรที่เกินจริง แต่การแลกเปลี่ยนของตัวละครนั้นกลับสมจริง คือเหมือนเด็ก 17 สองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนโดนบังคับให้อยู่ด้วยกัน ตอนแรกก็ทะเลาะกันเพราะคิดไม่ตรงกัน แต่ก็เปิดใจเข้าหากันทีละนิด จนเริ่มเข้าใจปัญหาของอีกฝ่าย สุดท้ายก็เริ่มชอบกันโดยไม่รู้ตัว ความรักของมิตสึฮะกับทากิเรียกว่าเป็น soul mate เลยก้ได้ มันต้องอยู่ด้วยกันตั้งแต่แรกแล้วอ่ะ ไปเจอคนอื่นก็ไม่ลงเอยกัน (โดนรุ่นพี่เท….) ในที่สุดก็ต้องโคจรมาอยู่ด้วยกัน แต่เรื่องนี้ขอติอย่างนึงคือชอบกันง่ายเกินอะะ55555 คือทากิกับมิตสึฮะแทบจะไม่ได้แสดงออกอะไรเลยว่าชอบอีกฝ่ายตอนกลางๆเรื่อง แต่พอบทจะต้องไปช่วยนางเอกนี่ ทากิสู้ตายเลย5555 มิตสึฮะตอนได้เจอทากิตัวจริงก็ร้องไห้ซึ้ง คือมึงรักกันตอนไหนหนังมันไม่เคลียร์ไงงง (ในหนังสือมันเล่าแต่ในหนังน่าจะเวลาไม่พอ) คือคนดูต้อง assume ว่าการที่สลับร่างกันไปมาเนี่ย มันก็ตกหลุมรักกันตอนนั้นแหละ ซึ่งมันไม่ใช่วิธีเล่าเรื่องที่ effective เท่าไหร่ แต่ตอนดูเราก้แบบ เออๆ มันน่ารักกันทั้งคู่ เพลงเพราะ เลยลืมเรื่องนี้ไป

*ตามมาหาทากิถึงโตเกียวเลยนะเออ

แต่จะให้พูดว่าซึ้งรีปล่าว มันก็ซึ้งนะ คือธีมกับคอนเซ็ปมันอะซึ้ง การที่คนสองคนจะต้องทนลำบาก โดนแยกกันแม้จะอยากอยู่ด้วยกันแค่ไหน เวลาผ่านไปกี่ปีความรู้สึกรักก็ยังอยู่ สุดท้ายมาเจอกันแม้จะจำกันไม่ได้ก็ยังรักกัน (น้ำเน่าเกินละ พอ) แต่ก็อย่างที่ว่า มันขัดกับการที่หนังไม่ยอมโชวเลยว่าตัวเอกสองคนรักกันตอนไหน มันช้ามมาตอนที่รักกันแล้ว เหมือน sequence เปนแบบ แนะนำตัวละคร > ตัวเอก 2 คนเริ่มรู้จักกัน > กุรักเค้ากุยอมตายเพื่อเค้า ไรประมาณเนี้ย เวลา develop มันไม่พออ

ฉากซึ้งๆที่สุดก็คงเป็นตอนที่ทากิกับมิตสึฮะกล่าวถึงอีกฝ่ายตอนที่โดนแยกจากกันหลังจากคาทาวาเระ โดคิ พวกเขาเรียกอีกฝ่ายว่า “คนที่สำคัญ คนที่ไม่ควรจะลืม คนที่ฉันไม่อยากลืม” เพราะว่าตัวเองนั้นจำชื่ออีกฝ่ายไม่ได้แล้วแต่พยายามนึกหา ฉากต่อมาที่ทำเราเกือบร้องในโรง (พอดีอั้นไว้ได้5555) คือตอนที่มิตสึฮะล้มตกบรรไดบาดเจ็บแล้วนึกถึงคำพูดที่ทากิบอกว่าให้เขียนชื่อกันและกันบนฝ่ามือจะได้ไม่ลืม แต่พอนางเปิดมือมาดันกลายเป็นคำว่า “ฉันรักเธอ” ไม่ใช่ชื่อทากิ ตอนนั้นคือเพลงก็ build ภาพก็สวย มิตสึฮะร้องไห้แต่รวบรวมกำลังลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งต่อเพื่อไปช่วยเมือง พอจบฉากนั้นตัดไปเป็นฉาก climax ของเรื่องทันทีคือดาวหางตกหลังจากที่มิตสึฮะช่วยคนในเมืองไว้แล้ว คือเป็นฉากที่จะบอกว่าประทับใจที่สุดในเรื่องเลยก็ได้

ส่วนฉากสุดท้ายที่จะพูดถึงคือฉากในปัจจุบันตอนจบ ที่ทั้งคู่ลืมกันไปนานแล้ว (5 ปี) ทากิกับมิตสึฮะก็นั่งรถไฟฟ้ากำลังจะไปทำงาน (ซึ่งรถไฟฟ้าก็มี symbolism ของมันนะ หมายถึงกำลังเดินทางไปที่ใดที่หนึ่ง แต่ในฉากนี้คือจะถึงจุดหมายแล้ว เรื่องนี้ symbolism เยอะมาก ขก.เขียน5555) ส่วนใหญ่ใช้ scene ที่ใช้ไปในตอนเปิด แต่ตอนนี้เรารู้เรื่องราวของทั้งสองแล้ว เลยมี impact กว่าเดิมมาก เพลง Nandemonaiya ของ Radwimp ก็กำลังเล่นอยู่ จนไปถึงท่อนที่กำลังจะเริ่มร้องนั่นเองที่ ทากิกับ มิตสึฮะ หันหน้าไปเจอกันผ่านกระจก เหมือนมีกำแพงบางๆมากั้นอยู่อย่างนั้น แค่นั้นแหละ รู้เรื่องเลย แม่งวิ่งลงรถไฟกันไม่ทันเลย55555 วิ่งกันรอบเมืองเพื่อตามหากันทั้งๆที่จริงๆแล้วก็จำกันไม่ได้ ตอนจบก็มาเจอกันที่บรรได ทั้งสองก็ยังไม่กล้าทักกันเพราะต่างคนก็คิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนแปลกหน้า ทากิรวบรวมความกล้าได้ก็ถาม มิตสึฮะว่า “นี่เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า” มิตสึฮะก็ตอบว่า “ชั้นก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”แล้วทั้งคู่ก็พูดพร้อมกันว่า “งั้นชั้น/ผม ขอถามชื่อของคุณได้มั้ย”ตามชื่อหนังเลยยยย TwT หนังก็ไม่ได้ตัดจบ แต่ pan กล้องขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมเพลงประกอบ จบแบบช้าๆอย่างสวยงาม

*เวลาเจอคนที่ไม่จ่ายค่าแดกข้าว/เจอเจ้าหนี้ที่ติดเงินกินข้าวไว้ หน้าก็ประมาณนี้แหละ

Visual

Your Name เป็นหนังเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกว่า “เห้ย หนังเรื่องนี้มันภาพสวยชิบหายยยย” คือไม่เคยดูอนิเมหรือการ์ตูนเรื่องไหนที่ภาพใส ชัด และ คมขนาดนี้ (อวย555555) ถึงหนังเรื่องใหม่ของลุงชินไคแบบ Weathering With You จะทำภาพสวยกว่า เล่นมุมกล้องและมิติได้ดีกว่า แต่ Your Name มีความหลากหลายในการใช้สีมากกว่า ในขณะที่ Weathering นั้นมี tone สีน้อยมาก ทั้งเรื่อง Your Name เป็นเรื่องที่มี tone เยอะ แบบ มีฉากกลางคืน ตอนเช้า ตอนพระอาทิตย์ตก ตอนกลางวันฟ้าสดใส ตอนฝนตก มีฉากในเมือง ในป่า และ ชนบท เลยมีการใช้สีที่เยอะกว่าและสร้างสรรค์กว่า detail ในแต่ละจุดก็ไม่ได้ด้อยกว่าเรื่องอื่น (ไม่เชื่อไปดูฉากทำอาหาร เห็นแล้วหิวข้าวว) animation ตัวละครและฉากก็ทำได้ลื่นดี มีไม่กี่ตอนเท่านั้นที่รู้สึกขัดๆหรือไม่เข้าพวก สรุปเลย ภาพสวย

Soundtrack

Soundtrack ทุกชิ้นก็เพราะแหละ แต่ถ้าฟังแบบไม่มี context อาจจะไม่อินเท่าไหร่ พอจับมาใส่กับฉากในเรื่องถึงจะเข้ากันได้ดี ทำหน้าที่ได้ดีเลย มี soundtrack 2 อันที่ชอบมากคือ “Theme of Mitsuha” ที่จะเริ่มด้วยเปียโนช้าๆ แล้วตามมาด้วยไวโอลิน ฟังแล้วจะรู้สึกเศร้าๆเหงาๆโดยไม่มีเหตุผล เหมือนกำลังรอใครอยู่ (ในเรื่องมิตสึฮะก็รอทากิอยู่55555) ส่วนอีกอันคือ “Kataware Doki” ที่เล่นตอนพระเอกกับนางเอกได้เจอกันตัวเป็นๆครั้งแรกโดยไม่ต้องสลับร่าง เพลงเริ่มด้วยไวโอลินที่ build มากๆ55555 ฉากก็ตัดจากหน้าทั้งสองคนหันมาหากันช้าๆ แล้วเปลี่ยนเป็นถ่าย full-body shot สองคนยืนอยู่ตรงหน้ากัน เปียโนเริ่มเล่นเป็นจังหวะของเพลง Dream Lantern เพลงเปิด รวมๆแล้ว ost. ผ่าน

ต่อไปจะเป็น 4 เพลงที่ Radwimps ร้องนะจร้ะ

  • Dream Lantern

“และต่อจากนี้ไป คำพูดเหล่านั้นคือสัญญา”

เป็นเพลงเปิดที่ทำหน้าเหมือนเพลงเปิดตอนตอนนึงของอนิเมะที่ฉายเป็นตอนๆอ่ะ แต่เข้ากับฉากเปิดได้ดีมาก เพลงเริ่มบรรเลงช้าๆ อารมณ์เหมือนกำลังอยู่ในความฝัน เริ่มทันทีที่ทากิกับมิตสึฮะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากที่ทากิกับมิตสึฮะพูดประโยคเปิดสุดท้าย Title ก็ขึ้นแล้วก็เริ่มร้องเพลงทันที รวมๆแล้วเป็นเพลงเปิดที่ทำให้อยากนั่งดูต่อ

  • Zen zen zense

“เรื่องราวของเราเกิดขึ้นเมื่อหลายปีแสงก่อน ก่อนที่ชั้นจะรู้จักเธอซะอีก”

เริ่มเล่นตอนกลางของเรื่อง ก่อนเรื่องจะเริ่มดราม่า ยังคงความสดใส ร่าเริงเป็น tone เรื่องอยู่ เล่นตอนช่วงที่ทากิกับมิตสึฮะใช้ชีวิตสลับร่างกันบ่อยๆ เพลงเล่นพร้อมฉาก montage ชีวิตประจำวันของทั้งคู่ที่ใช้อยู่ในร่างของอีกฝ่าย ฟังแล้วรู้สึกตื่นเต้นตามเนื้อเรื่อง แบบ อยากรู้ว่าสองคนนี้ตกลงมันจะลงเอยกันยังไงกันแน่วะ55555 ทำให้คนดู hype กับเรื่องมากมาย

  • Sparkle

“คำว่า โชคชะตานั้น ตอนนี้พวกเราหลุดพ้นจากมันแล้ว”

อมก. เพลงนี้คือเพลงพีคสุดของเรื่องนี้แล้วว เป็นเพลงช้าๆ ที่ build ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆๆ จนถึงท่อนฮุกของเพลงที่ระเบิดออกมาแบบสวยงาม (อวยเวอร์มะ) เนื้อร้องก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ในเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น จะเน้นแบบเป็นเพลงที่สวยๆ เพลงอยากให้รู้สึกถึงตัวละครที่ทั้งคู่พยายามนึกถึงอีกฝ่ายอยู่ พอท่อนฮุกมีดาวหางมานี่คือ โอ้ววววววว ดีงามมม

  • Nandemonaiya

“พอกันทีกับการพลัดพรากจาก จบเสียทีเกมของกาลเวลา”

เพลงจบของเรื่่องนี้ที่มี 2 แบบที่ใช้ในหนังคือเวอร์ชั่น movie edit ที่ตัดเนื้อร้องไปเยอะมากและมีท่อนที่ไม่อยู่ในเพลงเต็ม เพราะต้องทำให้เพลงเข้ากับฉากที่กำลังเล่นอยู่ กับ เพลงเต็มที่เล่นตอนฉากจบที่กล้อง pan ขึ้นไปบนฟ้าแล้วร้องยาวยัน credit จบ เป็นเพลงช้าๆ ท่อนฮุกก็ยังช้า เหมือนเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับพระเอกนางเอกหลังจาก climax ของเรื่องเล่ามาจนในที่สุดก็ได้เจอกันซักที

*ลุงชินไคทำหนังเมื่อไหร่ Radwimps มาจอยเมื่อนั้น

สรุป + ให้คะแนน

ถึงเราจะอวยเรื่องภาพกับเพลง แต่เรื่อง story ก็มีปัญหาเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะ relationship ของมิตสึฮะกับทากิที่มันไม่โชว์ development ถึงโชว์ก็โชว์น้อยมาก แต่ก็นะ ถ้ารวมๆทุกอย่างแล้วเรื่องนี้ก็ขึ้นหิ้งได้เลยแหละ คุ้มเงินมาก ภาพสวย เพลงเพราะ เรื่องมี plot hole เยอะหน่อย (เราไม่ได้พูดถึงมากไม่งั้นใช้อีก 5 paragraphs) แต่ก็เป็นหนัง romance ที่ทำให้ซึ้งได้ดี ไม่งั้นมันคงไม่ดัง55555 ถึงจะมีคนเห่อเยอะ อวยเกินเหตุ จนทำให้บางทีก็รู้สึกว่าแบบ “กุก็ไปดูมามันก้ไม่ได้ขนาดนั้นนะ” แต่เอาเข้าจริงๆพอวิเคราะนู่นนี่แล้วปฎิเสธไม่ได้ว่ามันดีจริง

เพลง: 9/10 เพราะะะ ใส่เข้ากับฉากได้ดี และ lyric ตรงกับเรื่อง เพลงไม่เยอะเท่า Weathering With You เลยรู้สึกว่าเรื่องมัน flow ได้ดีกว่า เพลงไม่ขัดเนื้อเรื่อง

ภาพ: 9/10 ใครว่าไม่สวยคือมึงอคติแล้วหล่ะ ติดตรงนึงบางทีวาดตัวละครจากไกลๆแล้ว detail หายเยอะ55555 กะมีฉากบางฉากที่ภาพ background ไม่ smooth เท่าตัวละคร นอกนั้นดีเริ่ด

เนื้อเรื่อง: 7.5/10 เอาจริงๆมันเดินเรื่องสนุก แต่ plot hole เยอะ บางทีเล่าเรื่องสับสนไปนิด แต่ก็เป็นหนัง romance ที่ซึ้ง พระเอกกับนางเอกอาจจะไม่ได้ interact กันซึ่งๆหน้าแต่ก็รู้สึกเป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักดี

Final Verdict: 9/10

อาจจะเยอะไปหน่อย แต่แค่ภาพกับเพลงบวกกันก็จะให้เกือบเต็มแล้วอ่ะ เนื้อเรื่องแอบมึนนิดๆเลยถ่วงคะแนนลงไป รวมๆแล้วหนังดี ดูได้ทุกวัย ถ้าดูคนเดียวจะเหงาหน่อย55555